หน้าหลัก > ข่าวและประกาศ > ประเภทและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการตรวจลงตราประเภทต่าง ๆ
ประเภทและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการตรวจลงตราประเภทต่าง ๆ
Images/Blog/rMOp8isa-ประเภทการตรวจลงตรา.jpg
เขียนโดย ckcoth เมื่อ Tue 25 Jun, 2019
Like

ประเภทและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการตรวจลงตราประเภทต่าง ๆ

1.  การตรวจลงตราประเภทคนเดินทางผ่านราชอาณาจักร (Transit Visa)       

2.  การตรวจลงตราประเภทนักท่องเที่ยว (Tourist Visa)                                                                

3.  การตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigrant Visa)

4.  การตรวจลงตราประเภททูต (Diplomatic Visa)

5.  การตรวจลงตราประเภทราชการ (Official Visa)

6.  การตรวจลงตราประเภทอัธยาศัยไมตรี (Courtesy Visa)  

7.  การตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราวเพื่อการพำนักในราชอาณาจักรระยะยาว (Long Stay O-A,O-X)

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

การตรวจลงตราประเภทคนเดินทางผ่านราชอาณาจักร (Transit Visa)

1. การตรวจลงตราประเภทนี้จะออกให้แก่คนต่างด้าวที่ประสงค์จะเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อการใดการหนึ่งดังต่อไปนี้

   -  เพื่อเดินทางผ่านราชอาณาจักร  (รหัส TS )

   -  เพื่อเล่นกีฬา  (รหัส S )

   -  เป็นผู้ควบคุมพาหนะหรือเป็นคนประจำพาหนะที่เข้ามายังท่า สถานี หรือท้องที่ในราชอาณาจักร

      (รหัส C)

2. อายุวีซ่า 3 เดือน

3. ค่าธรรมเนียม 800 บาท ต่อครั้ง

4. ระยะเวลาพำนักในราชอาณาจักร ครั้งละไม่เกิน 30 วัน

5. จำนวนเงินที่คนต่างด้าวต้องมีติดตัวขณะเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรคือ  ต้องมีเงินหรือเอกสารที่จะพึงจ่ายหรือแลกเปลี่ยนได้เป็นมูลค่าเท่ากับอัตราแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทยคนละไม่น้อยกว่า 10,000 บาท ครอบครัวละไม่น้อยกว่า 20,000 บาท

6. เอกสารที่ใช้ยื่นประกอบในการขอรับการตรวจลงตรา

  - หนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง อายุใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน

  -  แบบฟอร์มวีซ่าที่กรอกข้อความสมบูรณ์

  - รูปถ่ายขนาด 2 ½ นิ้ว จำนวน 2 รูป (ถ่ายในระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน /ไม่สวมหมวก และแว่นตาดำ)

  -  บัตรโดยสารเครื่องบิน ไป-กลับ หรือที่จะเดินทางไปยังประเทศที่สาม

  -  วีซ่าของประเทศที่สามในหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง  (รหัส TS)

  -  หนังสือเชิญให้เข้าร่วมในการแข่งขันกีฬา  (รหัส  S)

  -  หนังสือรับรองว่าเป็นผู้ควบคุมพาหนะหรือเป็นคนประจำพาหนะที่เข้ามายังท่า สถานี หรือท้องที่ในราชอาณาจักร  (รหัส C)

  -  ทั้งนี้ อาจขอให้แสดงเอกสารเพิ่มเติมหรือสัมภาษณ์ผู้ขอรับการตรวจลงตราด้วย

7. คนต่างด้าวที่ประสงค์จะขยายระยะเวลาพำนักในประเทศไทยหรือเปลี่ยนแปลงประเภทวีซ่า  ต้องยื่นคำร้อง ณ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ โทร. 02-141-9889 เว็บไซต์ http://www.immigration.go.th/   การพิจารณาอนุมัติขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมือง

การตรวจลงตราประเภทท่องเที่ยว (Tourist Visa)

1. การตรวจลงตราประเภทนี้จะออกให้แก่คนต่างด้าวที่ประสงค์จะเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อวัตถุประสงค์ในการท่องเที่ยว  (รหัส TR)

2. อายุวีซ่า 3 เดือน หรือ 6 เดือน

3. ค่าธรรมเนียม 1,000 บาท ต่อครั้ง

4. ระยะเวลาพำนักในราชอาณาจักร ครั้งละ 60 วัน

5. จำนวนเงินที่คนต่างด้าวต้องมีติดตัวขณะเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรคือต้องมีเงินหรือเอกสารที่จะพึงจ่ายหรือแลกเปลี่ยนได้เป็นมูลค่าเท่ากับอัตราแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทยคนละไม่น้อยกว่า 20,000 บาท ครอบครัวละไม่น้อยกว่า 40,000 บาท

6. เอกสารที่ใช้ยื่นประกอบในการขอรับการตรวจลงตรา

   -  หนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง อายุใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน

  -  แบบฟอร์มขอวีซ่าที่กรอกข้อความสมบูรณ์

  -  รูปถ่ายขนาด 2 ½ นิ้ว จำนวน 2 รูป (ถ่ายในระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน / ไม่สวมหมวกและแว่นตาดำ)

  -  หลักฐานที่แสดงว่าจะเดินทางออกจากประเทศไทยหลังจากสิ้นสุดการท่องเที่ยว เช่น บัตรโดยสารเครื่องบินไป-กลับ หรือที่จะเดินทางไปยังประเทศที่สาม

  -  เอกสารจากบริษัทท่องเที่ยว (กรณีที่เดินทางมากับบริษัททัวร์)

  -  ทั้งนี้ อาจขอให้แสดงเอกสารเพิ่มเติมหรือสัมภาษณ์ผู้ขอรับการตรวจลงตราด้วย

7. คนต่างด้าวที่ประสงค์จะขยายระยะเวลาพำนักในประเทศไทยหรือเปลี่ยนแปลงประเภทวีซ่า ต้องยื่นคำร้อง ณ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง  ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ โทร. 02-141-9889   เว็บไซต์ http://www.immigration.go.th/  การพิจารณาอนุมัติขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมือง

การตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigrant Visa)

1. การตรวจลงตราประเภทนี้จะออกให้แก่คนต่างด้าวที่ประสงค์จะเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

- การปฏิบัติหน้าที่ทางราชการ (รหัส F)

- การติดต่อหรือประกอบธุรกิจ และการทำงาน (ฺรหัส B)

- การลงทุนที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง (รหัส IM)

- การลงทุนหรือการอื่นภายใต้ข้อบังคับกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน (รหัส IB)

- การศึกษา ดูงาน และฝึกอบรมต่างๆ (รหัส ED)

- การปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชน (รหัส M)

- การเผยแผ่ศาสนาที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ (รหัส R)

- การค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์หรือฝึกสอนในสถาบันการค้นคว้า หรือสถาบันการศึกษาในราชอาณาจักร   (รหัส RS)

- การปฏิบัติงานด้านช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญ (รหัส EX)

- การอื่น (รหัส O) ได้แก่

  1)  การเข้ามาใช้ชีวิตในบั้นปลายในฐานะผู้สูงอายุ

  2)  การเข้ามาในฐานะคู่ความหรือพยานสำหรับการพิจารณาดำเนินคดี

  3)  การปฏิบัติหน้าที่หรือภารกิจในครอบครัวคนต่างด้าว ซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อปฏิบัติหน้าที่ทางการทูต กงสุลหรือปฏิบัติภารกิจอื่น โดยเป็นบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร ซึ่งอยู่ในความอุปการะและเป็นส่วนแห่งครัวเรือนของบุคคลดังกล่าว

  4)  การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะคนรับใช้ส่วนตัวซึ่งเดินทางมาจากต่างประเทศเพื่อมาทำงานตามปกติ ณ ที่พักอาศัยของบุคคลในคณะผู้แทนทางการทูต หรือบุคคลซึ่งมีเอกสิทธิ์เท่าเทียมกัน กับบุคคลซึ่งมีตำแหน่งทางการทูตตามความตกลงที่รัฐบาลไทยได้ทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศ หรือกับองค์การ หรือทบวงการระหว่างประเทศ

  5)  การให้ความอุปการะแก่หรือรับความอุปการะจากบุคคลสัญชาติไทย หรือบุคคลผู้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร โดยเป็นบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร ซึ่งอยู่ในความอุปการะและเป็นส่วนแห่งครัวเรือนของบุคคลดังกล่าว

  6)  การปฏิบัติหน้าที่ให้แก่รัฐวิสาหกิจ หรือองค์การกุศลสาธารณะ

  7)  การเข้ามาในราชอาณาจักรของผู้เคยมีสัญชาติไทย เพื่อเยี่ยมญาติ หรือขอกลับเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักร

  8) การเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการรักษาพยาบาล

  9) การเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อเป็นผู้ฝึกสอนนักกีฬาตามความต้องการของทางราชการ

2.   อายุวีซ่า

     -  3 เดือน สำหรับการเดินทางเข้าราชอาณาจักรได้ครั้งเดียว (single entry)

     -  1 ปี สำหรับการเดินทางเข้าราชอาณาจักรได้หลายครั้ง (multiple entries)

3.  ค่าธรรมเนียม 2,000 บาท (single entry)  และ 5,000 บาท (multiple entries)

4. ระยะเวลาพำนักในราชอาณาจักร ครั้งละไม่เกิน 90 วัน

5. จำนวนเงินที่คนต่างด้าวต้องมีติดตัวขณะเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร คือ ต้องมีเงินหรือเอกสารที่จะพึงจ่ายหรือแลกเปลี่ยนได้เป็นมูลค่าเท่ากับอัตราแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทยคนละไม่น้อยกว่า 20,000 บาท ครอบครัวละไม่น้อยกว่า 40,000 บาท

6. การขยายระยะเวลาพำนักในราชอาณาจักร  คนต่างด้าวที่มีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดโดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จะได้รับการพิจารณาขยายระยะเวลาพำนักให้อยู่ต่อไปในราชอาณาจักรเป็นระยะเวลาครั้งละไม่เกิน 1 ปี ทั้งนี้ คนต่างด้าวสามารถยื่นคำร้องได้  ณ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง  ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ โทร. 02-141-9889   เว็บไซต์ http://www.immigration.go.th/  การพิจารณาอนุมัติขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมือง

7. เอกสารที่ใช้ยื่นประกอบในการขอรับการตรวจลงตรา

เนื่องจากการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราวครอบคลุมวัตถุประสงค์ของการเดินทางเข้าประเทศไทยหลายประการ  เอกสารหลักฐานที่ใช้ยื่นประกอบในการขอรับการตรวจลงตราจึงแตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์ของการเดินทาง  และสถานทูตสถานกงสุลอาจขอให้แสดงเอกสารเพิ่มเติมหรือสัมภาษณ์ผู้ขอรับการตรวจลงตราด้วย

เอกสารที่ต้องนำไปแสดง ได้แก่

- หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน

- แบบฟอร์มวีซ่าที่กรอกข้อความสมบูรณ์

- รูปถ่ายขนาด 2 ½ นิ้ว จำนวน 2 รูป (ถ่ายในระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน /ไม่สวมหมวกและแว่นตาดำ)

เอกสารประกอบตามวัตถุประสงค์ของการเดินทาง เช่น

การเข้ามาในฐานะเป็นบุคคลในครัวเรือนหรือในความอุปการะ  (รหัส O)

- หลักฐานการเป็นบิดา มารดา บุตร / สูติบัตร / ใบสำคัญการสมรส

- หนังสือรับรองการทำงาน ใบอนุญาตทำงานที่ยังมีอายุใช้งาน ของผู้ที่ทำงานในประเทศไทย

- หลักฐานแสดงว่าคู่สมรสเป็นคนสัญชาติไทย หรือเป็นผู้ที่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร หลักฐานแสดงฐานะทางการเงิน

- หนังสือจากสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ องค์การระหว่างประเทศ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ แล้วแต่กรณี

เข้ามาเพื่อรับการรักษาพยาบาล (รหัส  O)

- หนังสือตอบรับจากสถานพยาบาลที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานของรัฐในประเทศไทย

คู่ความหรือพยานในศาล (รหัส  O)

- หนังสือหรือหมายจากศาลของไทย

การเข้ามาเพื่อใช้ชีวิตในฐานะผู้สูงอายุ  (รหัส  O)

ผู้ร้องต้องมีอายุตั้งแต่ 50 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ระบุวัตถุประสงค์ว่าจะขอเข้ามาใช้ชีวิตในฐานะผู้สูงอายุหรือเกษียณ และจะไม่ทำงานในระหว่างพำนักในไทย

- หลักฐานแสดงฐานะทางการเงินหรือหลักฐานการได้รับเงินบำนาญ 

  (ต้องมีเงินฝากไม่น้อยกว่า 200,000 บาท หรือมีรายได้/บำนาญไม่น้อยกว่าเดือนละ 65,000 บาท)

 (หมายเหตุ

     1.  เมื่อคนต่างด้าวเดินทางเข้าประเทศไทย เจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะพิจารณาอนุญาตให้พำนักอยู่ในราชอาณาจักรได้ไม่เกิน 90 วัน  การขยายระยะเวลาพำนัก จะต้องติดต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

     2.  หากเป็นการขอขยายระยะเวลาพำนักระยะยาว คือ 1 ปี สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะพิจารณาโดยใช้หลักเกณฑ์การเข้าเมืองของคนต่างด้าวซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่า 50 ปีบริบูรณ์ ซึ่งประสงค์จะขอรับการตรวจลงตราเพื่อเข้ามาพำนักในราชอาณาจักรคราวละไม่เกิน 1 ปี  รหัส O-A   โดยใช้หลักเกณฑ์ว่าผู้ร้องต้องมีหลักทรัพย์เป็นเงินฝาก 800,000 บาท หรือมีรายได้/บำนาญเดือนละ 65,000 บาท  หรือมีเงินฝากและรายได้รวมกันไม่น้อยกว่า 800,000 บาท)

นักเรียน / นักศึกษา  (รหัส  ED)

หนังสือตอบรับจากสถานศึกษา

หนังสือจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (กรณีเป็นโรงเรียนเอกชน)

นักบวชที่จะเข้ามาศึกษาพระพุทธศาสนา (รหัส  ED)

หนังสืออนุญาตจากสำนักงานพระพุทธศานาแห่งชาติ

การปฏิบัติหน้าที่ราชการ (รหัส  F ) การปฏิบัติงานในรัฐวิสาหกิจ (รหัส B) การฝึกอบรม ดูงาน (รหัส ED)

หนังสือจากสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลใหญ่ องค์การระหว่างประเทศ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานรัฐบาล ที่เกี่ยวข้อง

การทำงาน (รหัส  B)

หนังสือกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน แจ้งผลการพิจารณาอนุญาตให้คนต่างด้าวเข้ามาทำงานในบริษัทฯ ที่ขอได้  (ในการขอรับหนังสือกรมการจัดหางานดังกล่าว นายจ้างที่จะจ้างคนต่างด้าวต้องไปยื่นคำร้องขอรับใบอนุญาตทำงานหรือ แบบ ตท.3  ณ กองงานคนต่างด้าว กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ถนนมิตรไมตรี แขวงดินแดง เขตดินแดง กท 10400 โทร. 245-2745 / 617-6578 / 617-6584 โทรสาร 617-6576  หรือที่สำนักงานแรงงานจังหวัด ซึ่งหากอนุญาตให้คนต่างด้าวดังกล่าวมาทำงานได้ตามที่ขอ กระทรวงแรงงานจะมีหนังสือแจ้งผลการอนุญาต  ให้นายจ้างส่งหนังสือกรมการจัดหางานดังกล่าวให้คนต่างด้าวใช้เป็นเอกสารประกอบการขอวีซ่า)

หนังสือจากบริษัทในประเทศไทยที่จะจ้างงานบุคคลต่างด้าวดังกล่าวชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการจ้างงาน พร้อมทั้งแนบเอกสารของบริษัท เช่น ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทฯ หรือห้างหุ้นส่วนจำกัดจากกระทรวงพาณิชย์ / บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น / ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ถ้ามี) / ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม / งบการเงินปีล่าสุด ฯลฯ

[ หมายเหตุ

1.  เมื่อคนต่างด้าวได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigrant Visa “B”) จากสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลใหญ่แล้ว เมื่อเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ให้ไปติดต่อกองงานคนต่างด้าว  เพื่อยื่นคำร้องขอรับใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) และเมื่อได้รับใบอนุญาตทำงานแล้ว จึงจะสามารถทำงานได้

2.  ในกรณีของคนต่างด้าวที่ประสงค์จะเข้ามาทำงานและพำนักอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลา 1 ปี นายจ้างจะต้องยื่นคำร้องต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เมื่อได้รับพิจารณาอนุมัติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะแจ้งให้สถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลใหญ่ทราบโดยผ่านกระทรวงการต่างประเทศเพื่อขอให้ตรวจลงตรา Non-Immigrant Visa รหัส  B-A  ซึ่งพำนักได้ 1 ปี ให้แก่คนต่างด้าวนั้นต่อไป ]

การติดต่อธุรกิจ (รหัส B)

หนังสือรับรองการทำงานของบริษัทที่ผู้ร้องทำงานอยู่ รวมทั้งระบุวัตถุประสงค์ของการเดินทางไปประเทศไทย ชื่อบริษัท ห้างร้าน หรือหน่วยงานที่จะไปติดต่อ

หลักฐานแสดงฐานะทางการเงินหรือการทำธุรกิจของผู้ร้อง (กรณีไม่ได้ทำงานกับริษัทหรือหน่วยงานใดๆ)

หลักฐานแสดงสถานะทางการเงิน/โครงการที่จะเข้ามาประกอบในประเทศไทย (กรณีประสงค์จะเข้ามาเป็นผู้ประกอบกิจการในประเทศไทย)

หนังสือเชิญของบริษัทในประเทศไทยให้ผู้ร้องเดินทางไปประเทศไทยเพื่อติดต่อธุรกิจ  (โดยต้องแนบเอกสารของบริษัท เช่น ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทฯ หรือห้างหุ้นส่วนจำกัดจากกระทรวงพาณิชย์ / บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น / ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ถ้ามี) / ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม / งบการเงินปีล่าสุด ฯลฯ)

กรณีผู้ร้องอ้างว่าเป็นที่ปรึกษาของบริษัท ต้องมีสำเนาหนังสือแต่งตั้งบุคคลของบริษัทยื่นประกอบด้วย

( หมายเหตุ

1.  สำเนาเอกสารของบริษัทฯ จะต้องให้กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทหรือหุ้นส่วนผู้จัดการลงนามและประทับตรารับรอง โดยต้องแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ลงนามด้วย

2. กรณีหนังสือของบริษัท ควรได้รับการรับรองจากสำนักงานทะเบียนของกระทรวงพาณิชย์ อายุไม่เกิน 6 เดือน – 1 ปี เนื่องจากบริษัทหลายแห่งมิได้ดำเนินธุรกรรมใดๆ ในปัจจุบัน แต่นำเอกสารบริษัทเดิมไปใช้ในการรับรอง )

ครู / อาจารย์ในสถาบันการศึกษาเอกชน  (รหัส  B)

หนังสือตอบรับการจ้างจากสถาบันการศึกษา 

หนังสืออนุมัติให้จ้างบุคคลดังกล่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช) หรือจากสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ส่วนภูมิภาค)

หลักฐานวุฒิการศึกษา

หนังสือรับรองว่าไม่มีประวัติอาชญากรรม

การตรวจลงตราประเภททูต (Diplomatic Visa)

1.  การตรวจลงตราประเภทนี้จำกัดเฉพาะการขอรับการตรวจลงตราเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อปฏิบัติหน้าที่ทางการทูตหรือกงสุล หรือการปฏิบัติหน้าที่ราชการ และผู้ร้องจะต้องถือหนังสือเดินทางทูตหรือหนังสือเดินทางสหประชาชาติ (UN Laissez-Passer) ซึ่งเทียบเท่าหนังสือเดินทางทูตเท่านั้น

2.  ผู้ร้องจะต้องแสดงหนังสือนำจากกระทรวงการต่างประเทศ หรือจากสถานเอกอัครราชทูตของประเทศผู้ขอ หรือจากหน่วยงานหรือองค์กรของสหประชาชาติที่ผู้ร้องสังกัดอยู่ โดยหนังสือรับรองจะต้องระบุชื่อ ตำแหน่ง และวัตถุประสงค์การเดินทางให้ชัดเจน

3.  ยกเว้นค่าธรรมเนียม

4.  ระยะเวลาพำนักในราชอาณาจักร ครั้งละไม่เกิน 90 วัน

การตรวจลงตราประเภทราชการ (Official Visa)

1.  การตรวจลงตราประเภทนี้จำกัดเฉพาะการขอรับการตรวจลงตราเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อปฏิบัติหน้าที่ทางราชการ และผู้ร้องจะต้องถือหนังสือเดินทางราชการหรือหนังสือเดินทางสหประชาชาติ (UN Laissez-Passer) ซึ่งเทียบเท่าหนังสือเดินทางราชการเท่านั้น

2.  ผู้ร้องจะต้องแสดงหนังสือนำจากกระทรวงการต่างประเทศ หรือจากสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุล/หน่วยราชการ ของประเทศผู้ขอ หรือจากหน่วยงาน หรือองค์กรของสหประชาชาติที่ผู้ร้องสังกัดอยู่ หรือจากหน่วยราชการของไทย โดยหนังสือรับรองจะต้องระบุชื่อ ตำแหน่ง และวัตถุประสงค์การเดินทางให้ชัดเจน

3.  ยกเว้นค่าธรรมเนียม

4.  ระยะเวลาพำนักในราชอาณาจักร ครั้งละไม่เกิน 90 วัน

การตรวจลงตราประเภทอัธยาศัยไมตรี (Courtesy Visa)

1. การตรวจลงตราประเภทอัธยาศัยไมตรีจำกัดเฉพาะการขอรับการตรวจลงตราเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    - การขอรับการตรวจลงตราของผู้ถือหนังสือเดินทางทูตหรือหนังสือเดินทางราชการ หรือหนังสือเดินทางสหประชาชาติที่เทียบเท่าหนังสือเดินทางทูตหรือหนังสือเดินทางราชการ เพื่อการอื่นนอกจากการเข้ามาประจำการในราชอาณาจักร เพื่อปฏิบัติหน้าที่การทูต หรือกงสุล หรือราชการ

    - การขอรับการตรวจลงตราของผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา ซึ่งประสงค์จะเข้ามาในราชอาณาจักรในฐานะเป็นพระราชอาคันตุกะ ราชอาคันตุกะ แขกของรัฐบาล หรือหน่วยงานของรัฐ

2. เอกสารประกอบในการขอรับการตรวจลงตรา

   - หนังสือเดินทาง

   - แบบฟอร์มคำร้องขอรับการตรวจลงตราที่กรอกข้อความสมบูรณ์ พร้อมรูปถ่าย

   - หนังสือนำจากสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุล/หน่วยราชการ ของประเทศผู้ร้อง หรือจากหน่วยงานหรือองค์กรของสหประชาชาติที่ผู้ร้องสังกัดอยู่ หรือจากหน่วยราชการของไทย โดยหนังสือรับรองจะต้องระบุชื่อ ตำแหน่ง และวัตถุประสงค์การเดินทางให้ชัดเจน

3.  อายุวีซ่า 3 เดือน หรือ 6 เดือน สามารถเดินทางเข้าราชอาณาจักรได้หลายครั้ง (multiple entries)

4.  ระยะเวลาพำนักในราชอาณาจักร ครั้งละไม่เกิน 90 วัน

5.  ไม่เก็บค่าธรรมเนียม

6. การขยายระยะเวลาพำนัก เมื่อครบกำหนดตามที่ได้รับอนุญาตแล้ว โดยทั่วไปสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะไม่อนุญาตให้อยู่ต่อไป  เว้นแต่มีเหตุจำเป็นหรือเหตุสุดวิสัยไม่สามารถเดินทางออกไปได้  โดยในการขอยื่นคำร้องขออยู่ต่อที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จะต้องมีหนังสือรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศแจ้งขอเป็นรายๆ ไป เพื่อนำเรื่องเสนอผู้มีอำนาจพิจารณาสั่งการ และต้องเสียค่าธรรมเนียมการขออยู่ต่อตามปกติ

การตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว รหัส O – X พำนักระยะยาว 10 ปี (Non – Immigrant Visa “O – X” Long Stay)

1.       คุณสมบัติของผู้ที่สามารถขอรับการตรวจลงตรา

  • มีอายุ 50 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป (นับถึงวันยื่นคำร้อง)
  • มีสัญชาติและถือหนังสือเดินทางของ (1) ญี่ปุ่น (2) ออสเตรเลีย (3) เดนมาร์ก (4) ฟินแลนด์ (5) ฝรั่งเศส (6) เยอรมนี (7) อิตาลี (8) เนเธอร์แลนด์ (9) นอร์เวย์ (10) สวีเดน (11) สวิตเซอร์แลนด์ (12) สหราชอาณาจักร (13) แคนาดา (14) สหรัฐอเมริกา
     
  • หลักเกณฑ์ทางการเงิน

(ก) มีเงินฝากประจำในธนาคารไทยที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาท หรือ

(ข)  มีเงินฝากประจำในธนาคารไทยที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 1.8 ล้านบาทและมีรายได้ประจำต่อปีไม่น้อยกว่า 1.2 ล้านบาท  โดยภายใน 1 ปี จะต้องมีเงินฝากประจำในธนาคารไทยที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย
ไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาท

             ให้คงเงินในหัวข้อ (ก) หรือ (ข) เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี เมื่อครบระยะเวลาดังกล่าวแล้วให้ถอนเงินนั้นได้
         ทั้งนี้ จะต้องมีเงินฝากเหลือในบัญชีไม่น้อยกว่า 1.5 ล้านบาท ซึ่งการถอนเงินฝากจะถอนได้เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย
         เช่น ค่ารักษาพยาบาล ซื้อคอนโดมิเนียม ซื้อยานพาหนะ และการศึกษาของบุตร ในประเทศไทยเท่านั้น

  • ไม่มีประวัติที่เป็นภัยต่อความมั่นคง ทั้งต่อประเทศไทยและประเทศที่ตนมีสัญชาติหรือประเทศที่ตนมีถิ่นพำนักถาวร
  • ไม่เป็นโรคต้องห้ามตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2535) ได้แก่ โรคเรื้อน วัณโรคในระยะอันตราย โรคเท้าช้าง โรคยาเสพติดให้โรค และโรคซิฟิลิสในระยะที่ 3
  • มีกรมธรรม์ประกันสุขภาพของไทยคุ้มครองตลอดระยะเวลาที่พำนักในราชอาณาจักร โดยมีจำนวนเงินประกันภัยสำหรับค่ารักษาพยาบาล กรณีผู้ป่วยนอกไม่น้อยกว่าสี่หมื่นบาท และกรณีผู้ป่วยในไม่น้อยกว่าสี่แสนบาท
    ซึ่งผู้ประสงค์ที่จะขอรับการตรวจลงตราสามารถหาข้อมูลและซื้อกรมธรรม์ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ http://longstay.tgia.org
  • คู่สมรสและบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายสามารถขอรับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว รหัส “O-X” (Non – O – X) เพื่อติดตามเข้ามาพำนักระยะยาวได้ ทั้งนี้ ไม่อนุญาตให้ผู้ที่ได้รับการตรวจลงตรา Non O-X ทำงาน เว้นแต่เป็นการทำงานอาสาสมัครตามรายชื่องานที่เข้าข่ายเป็นงานอาสาสมัครของกรมจัดหางาน 

        2.    สถานที่ยื่นคำร้อง

  •  กรณียื่นคำร้องในต่างประเทศ

► ยื่นขอรับการตรวจลงตราที่ สถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลใหญ่ ในประเทศของตน หรือที่ตนมีถิ่นพำนักถาวร หรือที่มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศของตนเท่านั้น

  •  กรณียื่นคำร้องในประเทศไทย

► ยื่นขอรับการตรวจลงตราที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

 3.       เอกสารประกอบการยื่นคำร้อง

1. หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้ได้ไม่น้อยกว่า 6 เดือน  

2. แบบฟอร์มการขอรับการตรวจลงตรา (พร้อมรูปถ่ายขนาด 4 x 6 ซม. ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน) จำนวน 3 ชุด

3. แบบฟอร์มประวัติส่วนตัว จำนวน 1 ชุด

4. หลักฐานด้านการเงิน (เลือกข้อใดข้อหนึ่ง)

4.1  หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากของธนาคารพร้อมระบุข้อมูลสำหรับติดต่อธนาคาร สำเนาสมุดบัญชีคู่ฝาก และเอกสารใบแจ้งรายการเดินบัญชีธนาคาร (Bank Statement) ซึ่งแสดงเงินฝากประจำ จำนวนเงินไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาท ในบัญชีธนาคารพาณิชย์ไทยที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย หรือ

4.2  หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากของธนาคารพร้อมระบุข้อมูลสำหรับติดต่อธนาคาร สำเนาสมุดบัญชีคู่ฝาก และเอกสารใบแจ้งรายการเดินบัญชีธนาคาร (Bank Statement) ซึ่งแสดงเงินฝากประจำ จำนวนเงินไม่น้อยกว่า 1.8 ล้านบาท ในบัญชีธนาคารพาณิชย์ไทยที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย และหนังสือรับรองรายได้ประจำต่อปีไม่น้อยกว่า 1.2 ล้านบาท โดยเมื่อเดินทางเข้าประเทศไทยแล้ว จะต้องมีเงินฝากในบัญชีธนาคารพาณิชย์ไทยที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาทภายในกำหนดระยะเวลา 1 ปี 

5. เอกสารหรือหลักฐานรับรองความประพฤติ หรือหนังสือรับรองประวัติอาชญากรรมจากประเทศที่คนต่างด้าวถือสัญชาติและหากคนต่างด้าวมีถิ่นพำนักถาวรอยู่ในประเทศอื่น ต้องมีเอกสารดังกล่าวจากประเทศที่คนต่างด้าวมีถิ่นพำนักถาวรด้วย

6. ใบรับรองแพทย์จากประเทศที่ยื่นคำร้องที่แสดงว่าไม่เป็นโรคต้องห้ามตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 14 พ.ศ. 2535 ได้แก่ โรคเรื้อน (Leprosy) วัณโรคในระยะอันตราย (Tuberculosis) โรคเท้าช้าง (Elephantiasis) โรคยาเสพติดให้โทษ (drug addiction) และโรคซิฟิลิสในระยะที่ 3 (third stage of Syphilis) ทั้งนี้ ใบรับรองต้องมีอายุไม่เกิน 3 เดือน

7. สำเนาหลักฐานการมีประกันภัย (ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนด) และกรมธรรม์ประกันสุขภาพของไทย  โดยมีจำนวนเงินเอาประกันภัยสำหรับค่าพยาบาลในกรณีผู้ป่วยนอกไม่น้อยกว่า 40,000 บาท และในกรณีผู้ป่วยในไม่น้อยกว่า 400,000 บาท ซึ่งผู้ประสงค์ที่จะขอรับการตรวจลงตราสามารถศึกษาและซื้อกรมกธรรม์ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ http://longstay.tgia.org

8. ค่าธรรมเนียม 10,000 บาท (หรือเทียบเท่าสกุลเงินท้องถิ่น)

คู่สมรสและบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายสามารถขอรับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว รหัส “O-X” เพื่อติดตามเข้ามาพำนักระยะยาวได้

              9. กรณีคู่สมรส ต้องเป็นคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย (ไม่จำกัดอายุ) ที่มีสัญชาติและถือหนังสือเดินทางของ 14 ประเทศข้างต้น ให้ผู้ร้องแสดงหลักฐานทะเบียนสมรสประกอบคำร้องของทั้งผู้ร้อง และคู่สมรส และต้องเตรียมเอกสาร                   ตามข้อ1 - 8 

              10. กรณีบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย อายุไม่เกิน 20 ปีบริบูรณ์ (รวมถึงบุตรบุญธรรม) ให้ผู้ร้องแสดงสำเนาสูติบัตรหรือเอกสารรับรองความเป็นบุตร และต้องเตรียมเอกสารตามข้อ 1 -3, 7 และ 8

 

4.       ค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา

        ► 10,000 บาท

 

5.       ข้อมูลเพิ่มเติม

-   ประโยชน์ของผู้ถือวีซ่า Non-O-X

           1) สามารถทำงานเป็นอาสาสมัคร (ตามรายการงานอาสาสมัครตามที่กรมการจัดหางานกำหนด)

           2) สามารถซื้อยานพาหนะ (ภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายเกี่ยวกับยานยนต์)

           3) สามารถซื้ออาคารชุด (ดำเนินการตามพระราชบัญญัติอาคารชุด)

  • คนต่างด้าวที่ได้รับการตรวจลงตรา “Non O-X” เมื่อเดินทางเข้าประเทศไทยแล้ว สามารถขอเปลี่ยนจาก Non O-X เป็นประเภท/รหัสอื่นได้ โดยติดต่อยื่นคำร้องที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ทั้งนี้ การตรวจลงตราNon O-X ของคู่สมรสติดตามและบุตรจะสิ้นสุดลงและถูกเปลี่ยนไปตามผู้ขอหลัก อย่างไรก็ดี คู่สมรสสามารถแยกขอรับ Non O-X ให้ตัวเองได้ หากมีคุณสมบัติและเอกสารครบถ้วนสมบูรณ์
  • คนต่างด้าวที่ได้รับการตรวจลงตราประเภทอื่นที่ไม่ใช่ Non O-X รวมถึงคนต่างด้าวที่ได้รับสิทธิยกเว้นการตรวจลงตรา และเดินทางเข้าประเทศไทยแล้ว สามารถเปลี่ยนเป็นประเภท Non O-X ได้หากมีคุณสมบัติและเอกสารครบถ้วนสมบูรณ์ โดยติดต่อยื่นคำร้องที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
  • คู่สมรส / บุตรที่ไม่มีคุณสมบัติในการขอวีซ่า Non-O-X อาจยื่นขอวีซ่า Non ประเภทอื่นเพื่อที่จะพำนักอยู่ในประเทศไทยกับผู้ถือวีซ่า Non-O-X เมื่อครบระยะเวลาพำนักในประเทศไทย 90 วัน ชาวต่างชาติจะต้องรายงานตัวที่สำนักตรวจคนเข้าเมืองในเขตที่พำนักอยู่ในประเทศไทย และจะต้องทำซ้ำทุก ๆ 90 วัน
    ชาวต่างชาติต้องรายงานตัวด้วยตนเองต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทุก ๆ 1 ปีเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติและเอกสารประกอบ
  • ในกรณี่คุณสมบัติไม่ครบสำหรับการขอรับการตรวจลงตรา “ O – X ” คู่สมรสติดตามและบุตรสามารถขอับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราวรหัสอื่นๆ ได้ เช่น รหัส “O” หรือ “O – A” (Long Stay) หรือ “ED”
  • การอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยจะสิ้นสุดลงเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองตรวจพบ กรณีใดกรณีหนึ่งดังนี้

1) เมื่อครบระยะเวลา 1 ปี มีเงินในบัญชีเงินฝากน้อยกว่า 3,000,000 บาท

2) ในปีที่สอง มีเงินฝากในบัญชีเหลือน้อยกว่า 1,500,000 บาท และค่าใช้จ่ายไม่ได้เป็นไปเพื่อการใช้จ่ายในราชอาณาจักร เช่น สำหรับการรักษาพยาบาล ซื้อคอนโดมิเนียม ซื้อยานพาหนะ และ การศึกษาของบุตร

3) ไม่มีกรมธรรม์ประกันสุขภาพ

4) ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต

5) มีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าเป็นภัยต่อสังคมหรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุข หรือความปลอดภัยของประชาชนหรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร

6) กรณีคู่สมรส/บุตร ที่ใช้สิทธิติดตาม หากภายหลังการอนุญาตของผู้มีสิทธิหลักสิ้นสุดลง การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของผู้ติดตามย่อมสิ้นสุดลงด้วย

7) หากบุตรอายุเกิน 20 ปีบริบูรณ์

วิธีการสมัครวีซ่า Non-O-X (กรณีสมัครนอกประเทศไทย)

1. ชาวต่างชาติที่มีคุณสมบัติและเอกสารประกอบตามที่ระบุไว้ข้างต้น สามารถยื่นขอวีซ่า Non-O-X ได้ที่สถานเอกอัครราชทูต / สถานกงสุลใหญ่ ณ ประเทศที่มีสัญชาติหรือที่พำนักถาวร

2. สถานทูตไทย / สถานกงสุลใหญ่ไทย จะทำการตรวจสอบคุณสมบัติและเอกสารประกอบการพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้สมัครทราบ

3. ในกรณีที่วีซ่าได้รับการอนุมัติ ชาวต่างชาติ (ผู้สมัครหลัก, คู่สมรส, และบุตรตามกฎหมายที่อายุต่ำกว่า 20 ปี) จะได้รับวีซ่า Non-O-X ใช้เดินทางได้หลายครั้ง (multiple entry) อายุวีซ่า 5 ปี

4. เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะอนุญาตให้ผู้ถือวีซ่า Non-O-X ได้รับใบอนุญาตพำนักในราชอาณาจักรเป็นเวลาไม่เกิน 5 ปีตามอายุวีซ่า

อ้างอิงจาก
http://www.consular.go.th/main/th/services/1286

หมวดหมู่